โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรม SMEs ด้วยเครื่องมือดิจิทัลอย่างยั่งยืน

เปิดเมกะเทรนด์ดิจิทัล
โลกธุรกิจเคลื่อนที่เร็วระดับพระกาฬชนิดจนธุรกิจตั้งตัวแทบไม่ทัน หากยังนั่งอยู่มุมเดิม ไม่เข้าใจความเป็นไปของโลกใบใหม่ ไม่เข้าใจลูกค้า โลกเทคโนโลยีดิจิทัล ทิศทางที่ใครเร็วกว่าได้เปรียบ พร้อมจะพลิกจากรายเล็กสู่ยักษ์ใหญ่แค่ข้ามคืน ขอเพียงกล้าเปลี่ยนแปลง

เมื่อพูดถึงดิจิทัลยังมีหลายคนทำหน้างง ๆ โลกโซเชียลที่ใช้อันจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมายังเป็นชื่อใหม่ที่ไม่คุ้นเคยไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ไลน์ และอินสตราแกรม รวมถึงแอพพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกให้ชีวิตเรา เพียงไม่กี่ปีที่โลกโซเชียลมิเดียเข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยี ส่งผลต่อเทรนด์การเสพสื่อหักเหมาอยู่บนโลกโซเชียลมิเดีย และออนไลน์ สมาร์ทโฟน จนเป็นส่วนหนึ่งที่มีมีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของเรา
                            
ปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตสัดส่วนมากกว่า 70% ของคนไทย ใช้สมาร์ทโฟนในการเสพสื่อ ทั้งทีวี สนทนากับคน ซื้อสินค้า


จึงไม่แปลกธุรกิจโลกการค้าจะกระโดดเข้าสู่ดิจิทัล ออนไลน์และมือถือเพิ่มขึ้น หลายประเทศไม่ต้องพกเงินสดออกนอกบ้าน เริ่มต้นที่แถบสแกนดิเนเวีย 3-4 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศสวีเดนตั้งเป้าหมายชัดเจนจะเลิกใช้เงินสดเต็มรูปแบบภายในปี 2563


นั่นเป็นเพียงหนึ่งพฤติกรรมชีวิตประจำวันของเราที่กำลังเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีรอบตัว สิ่งที่คนทำธุรกิจต้องไม่พลาดตกขบวนและคอยจับกระแสเหล่านี้


เปิดมุมมองจาก ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ผู้ก่อตั้ง 511 และวีโค่ซิสเท็ม อคาเดมี่ (FireOneOne และ Weecosystem Academy) และล่าสุดเป็นประเจ้าหน้าที่มีบริหาร แสนสิริ เวนเจอร์ กองทุนลงขันร่วมกันกับเอสซีบี เพื่อร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพพันธุ์ใหม่มีแววไปไกลในวงการอสังหาริมทรัพย์




ชาคริต เป็นที่ปรึกษาด้านการกลายพันธุ์ให้ธุรกิจยืนอยู่ได้บนโลกยุคใหม่ ซึ่งเขาพูดเรื่องนี้มายาวนานตั้งแต่เมืองไทยยังไม่ไม่คุ้นชินกับคำว่าโลกดิจิทัล จนหลายบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มเห็นเทรนด์ที่ต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมหาที่ยืนในตลาดใหม่


เขาคาดการณ์ไว้เลยไว้โลกดิจิทัลนั้นมาไวกว่าที่คิด จนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและตลาดค่อย ๆ เติบโตมูลค่านับล้านล้านบาท ธุรกิจต้องคิดโมเดลธุรกิจกระโดดเอาตัวไปเชื่อมกับลูกค้าที่ย้ายรังไปสู่มือถือที่มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนใจเร็วและไม่ชอบทิ้งให้รออีกต่อไป เพื่อตักตวงผลประโยชน์ในตลาดที่กำลังขยาย


ตลาดที่ถูกก่อกวนก่อนคนอื่นคือ สาขาด้านการชำระเงิน ปัจจุบันตามสถานที่ท่องเที่ยวร้านอาหาร อาลีเพย์ได้ออกอาละวาดมาพร้อมกับทัวร์จีนกว่า 10 ล้านคน จู่โจมมาถึงเมืองไทยโดยที่ยังตั้งรับไม่ทัน โดยไม่ต้องขออนุญาตจากแบงก์ชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย)


นี่คือตลาดใหม่!!! ที่ลูกค้าไม่ต้องรอเพียงสแกนคิวอาร์โค้ดเข้าร้านกิน แล้วจ่ายเงินผ่านมือถือเป็นอันจบ นี่ยังไม่รวม การเรียกอูเบอร์ หรือแกร๊บ ที่เริ่มเพิ่มมากขึ้นจนไม่ต้องมีเงินทอนให้ยุ่งยาก


กูรูทำนายไว้เลยว่าแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ไม่จำกัดตัวเอง ตั้งแต่ มือถือ ออนไลน์ สมาร์ทโฟน เข้ามาแทนที่ระบบชำระเงินแบบเดิมอย่างรวดเร็ว เร็วชนิดที่ตั้งตัวไม่ทัน เร็วกว่ายุคที่เปลี่ยนเงินสดมาใช้บัตรเคดิตที่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีซะอีก


หากอยากให้เห็นภาพชัดเจนชาคริต มีอีกหนึ่งโปรดักส์ใหม่จากค่าย “อเมซอน” คือห้างที่ไม่ต้องพกเงินเดินเข้าอยากซื้ออะไรก็หยิบมาใส่รถเข็นระบบจะบันทึกอัตโนมัติ แล้วเดินออกแบบไม่ต้องไปรอต่อแถวคิดเงินหน้าแคชเชียร์


ตัดปัญหาจ้างแคชเชียร์แล้วตามาด้วยต้นทุนการหาการสำรองเงินทอน และค่าบริหารจัดการอื่น ๆ อีกจิปาถะ


อเมซอนลอนช์โปรดักส์นี้ออกมาปล่อยของ เพื่อพลิกโฉมวงการค้าปลีก เป็นดิจิทัลรีเทล์ ลูกค้ารายแรก ๆ ก็คือ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ ลงทุนระบบเพียงครั้งเดียว หมดต้นทุนด้านแคชเชียร์ และอื่น ๆ


ระบบนี้ไม่ต่างจากการระดมทุน (Crowdfunding) รูปแบบระดมทุนไม่ต่างจากระบบแชร์จะเกิดขึ้นแน่นอนบนโลกดิจิทัล จะเป็นวงที่ใหญ่ขึ้น ความเสี่ยงน้อยลง เพราะมีระบบจบสกรีน ใครเป็นจอมเบี้ยว ปิดจุดอ่อนวงแชร์ที่เล่นกัน แบบไม่ต้องเสียเวลาไปจับฉลากเปียแชร์ เจ้าของแพลตฟอร์มขอกำไรจากค่าดูแล 2%


ทั้งหมดเป็นหนึ่งในอีกหลากหลายธุรกิจบริการการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลก แม้จะยังไม่เกินขึ้นในไทย เพราะแบงก์ชาติยังไม่อนุญาติแต่อนาคตเราหลีกหนีพ้นเขามาแน่


 “ เศรษฐกิจใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี แค่เข้าใจคือ ลูกค้า ก่อนกระโดดเข้าไป จากนั้นเข้าใจเครื่องมือต่าง ๆ ”


โมเดลธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นมาจากคำจัดกัดความ 3 คำคือ ไร้รูปแบบ (Formless) ไร้พรมแดน (Borderless) และไร้ขีดจำกัด (Limitless)


ไร้รูปแบบ เมื่อทุกอย่างเกิดบนดิจิทัล เงินสด หรือบัตรเครดิตไปอยู่บนโมบาย ไม่มีรูปแบบตายตัวของการชำระเงินซื้อสินค้าและรูปแบบธุรกิจ , ส่วนไร้พรมแดน คู่แข่งโผล่มาแย่งข้ามประเทศโดยที่เราไม่ทันสกัดด้วยซ้ำ แต่ก็มีโอกาสออกไปชิงตลาดนอกบ้านเช่นกัน สุดท้าย ไร้ขีดจำกัด บนโลกดิจิทัลตลาดเพิ่งเปิดหมายถึงสมรภูมิที่เพิ่งเกิดใหม่ พื้นที่ว่างอีกมหาศาล จากตลาดมูลค่าธุรกิจกำลังจะเติบโตอย่างไม่หยุดอย่างไร้ขีดจำกัด


นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงผลสำรวจกลุ่มผู้บริหารธุกริจและไอทีกว่า 3,100 คน ในปีที่ผ่านมา ที่มองว่าสัดส่วน 33% ของเศรษฐกิจทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านดิจิทัล และอีก 86% มองว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะเป็นมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน




เป็นห้วงเวลาของธุรกิจวิ่งวุ่นย้ายขบวนธุรกิจตลาดเก่าสู่ตลาดใหม่


ในปีนี้เขาจึงเห็นภาคธุรกิจกว่า 70% เต็มไปด้วยบทสนทนาของการเตรียมตัวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ค้นหาวิธีการกลยุทธ์ที่ดีที่สุดเข้ามาปรับเปลี่ยนแปลงร่างองค์กร ไม่ว่าจะเป็นทั้งธุรกิจกับผู้บริโภค (BtoC) และ ธุรกิจต่อธุรกิจ (BotoC)


นนทวัฒน์ เผยถึง 5 เทรนด์ธุรกิจปี 2560 (ค.ศ.2017) ที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากสิ่งใหม่กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานสำคัญ ซึ่งองค์กรในยุคดิจิทัลต้องพัฒนาคนให้พร้อมรับเทคโนโลยีสอดรับกับ 5 เทรนด์ คือ


1. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI-Artificial Intelligence) สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ กับ AI เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจให้คล่องตัว เป็นตัวแทนของแบรนด์ การพูดแทนแบรนด์ เข้าไปใช้ในระบบที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ระบบขับขี่รถอย่างที่เคยเห็น แต่มีการแปลงการทำงานเป็นเครือข่ายที่สามารถตอบโต้กับลูกค้า และบันทึกข้อมูล จนไปถึงการแปลงไปสู่การพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ


2.พลังแแพลตฟอร์มใหม่ (Ecosystem Power Plays) ธุรกิจจะมีการหลอมรวมหลักและธุรกิจใหม่ทำงานบูรณาการ


3.รูปแบบการทำงานและทีมงานใหม่ (Workforce Marketplace) ทักษะของคนทำงานภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนไปสู่ระบบการทำงานอัจฉริยะ ที่พร้อมเปลี่ยนแปลงและยืดหยุ่นสูง ที่รองรับการบริหารการเปลี่ยนแปลง ของกลุ่มธุรกิจดิจิทัล


4.การออกแบบรองรับพฤติกรรมมนุษย์ (Design For Humans) จึงต้องมีการออกแบบเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับการใช้งานของคนอย่างไร้รอยต่อ คนกับเครื่องจักรไม่แทนที่กัน แต่จะทำงานประสานกันคนละด้าน แก้ไขปัญหาในอดีต คนเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีที่สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ


5.เทรนด์ความไม่คุ้นเคยใหม่ ๆ (Uncharted) ทำให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ และมาตรฐานใหม่ ในยุคดิจิทัลที่จะกลายเป็นสิ่งคุ้นเคยในอนาคต มีระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่จะเริ่มมีมาตรฐานใหม่ ๆ เข้ามาช่วยกำกับดูแล


สำหรับวิสัยทัศน์ของทีม เอคเซนเชอร์ ในการหลอมรวมการพัฒนาระบบไอทีให้สอดคล้องกับระบบธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรใน 3 ปีข้างหน้า ที่มีพันธกิจสำคัญคือการแปลงให้เป็นแผนปฏิบัติการทันที ปรับเปลี่ยนองค์กรให้เปลี่ยนตัวเองให้ได้ทัน


บนสมรภูมิการก่อกวนป่วนเพื่อสร้างตลาดใหม่ (Disruption) 2 มุมคือ ภายในองค์กรเอคเซนเชอร์ ซึ่งพนักงานกว่า 3 แสนคนทั่วโลก หันไปทางเป็นปรึกษาด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และบริการเอาต์ซอร์ส ตั้งแต่ด้านการตลาดครบวงจร การวางแผนดำเนินการด้านโมบิลิตี้ ตลอดจนนำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านฟังก์ชั่นธุรกิจจากเทคโนโลยีการวิเคราะห์ภายใน


กลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม มีลูกค้ากว่า 120 ประเทศทั่วโลก ที่มีรายได้กว่า 32,900 ล้านเหรียญดอลลาร์ ในปี 2559


การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องไม่ง่าย แต่วันนี้มีการดิจิทัลทรานสฟอร์ม ที่จะต้องมีการเตรียมรองรับการบริหารความเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ผู้นำ ที่จะต้องบอกประโยชน์การเปลี่ยนแปลงไปถึงตัวของพนักงาน เพื่อเป็นเกราะป้องกันแรงต้าน จากคนในองค์กร


“ ที่ไม่ใช่เพียงบอกว่า เปลี่ยนแปลงแล้วองค์กรจะเป็นอย่างไร แต่ต้องอธิบายพวกเขาจะได้อะไร ” คีย์สำคัญที่ทำให้คนมีไมด์เซ็ทพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง