โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรม SMEs ด้วยเครื่องมือดิจิทัลอย่างยั่งยืน

โอกาสของไทยกับการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและอากาศยานของภูมิภาค
ความได้เปรียบจากการที่ประเทศไทยมีที่ตั้งอยู่เป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน นำมาสู่อีกหนึ่งในแผนพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทย โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและอากาศยานของภูมิภาค โดยเฉพาะด้านการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน และการซ่อมบำรุงเครื่องบิน หรือที่เรียกว่า “aeropolis” บนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
นายฟาบริซ เบรฌิเยร์ ประธานกรรมการด้านกิจการการค้าและการลงทุนบริษัทแอร์บัส กล่าวว่า ประเทศไทยถือว่ามีบทบาทหลักในการปฏิวัติการบินเชิงพาณิชย์ในเอเชียเพราะปัจจุบันกรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีปริมาณนักเดินทางมากกว่า 90 ล้านคนต่อปีที่เดินทางผ่านสนามบินในกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นสนามบินที่มีระบบทันสมัยแห่งหนึ่ง


สายการบินในประเทศไทยเปิดให้บริการในหลายระดับทั้งสายการบินต้นทุนต่ำไปจนถึงสายการบินที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการตลาดของการขนส่งทางอากาศของภูมิภาค แน่นอนว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจในภูมิภาคย่อมส่งผลต่อความต้องการในภาคธุรกิจการบินอีกทั้งยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่หนุนการเติบโตด้านการบินในภูมิภาค อาทิการเปิดเสรีด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียน เป็นต้นการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำในรอบ 15 ปี ที่ผ่านมามีการเติบโตถึง 25% ได้เอื้อให้เกิดการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญในภูมิภาคนี้ และเปิดโอกาสผู้คนให้เดินทางทางอากาศมากขึ้น


“โอกาสของประเทศไทยในภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนและบำรุงรักษาอากาศยานนั้นมีไม่น้อย ด้วยศักยภาพของประเทศไทยด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน ซึ่งสามารถให้บริการได้ไม่เฉพาะสายการบินของไทยเองแต่รวมถึงสายการบินอื่น ๆ ทั่วทั้งภูมิภาคซึ่งจะส่งผลให้ไทยก้าวสู่ระดับแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่จะปฎิรูปอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ “ไทยแลนด์ 4.0” และจะส่งผลให้เกิดการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเต็มรูปแบบซึ่งนำโดยอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน และอุตสาหกรรมก้าวหน้าที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ “ นายฟาบริซ กล่าว


ในส่วนของแอร์บัสได้ใช้เวลากว่า 6 เดือนเต็มในการศึกษาเชิงลึกสำหรับการลงทุนในประเทศไทย โดยการลงทุนของแอร์บัสจะใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานในภูมิภาคนี้ โดยจะนำดิจิทัลเทคโนโลยีและนวัตกรรมอากาศยานใหม่ล่าสุดมาใช้ในประเทศไทย รวมทั้งบุคลากรทางวิศวกรรมอากาศยานของแอร์บัสจะช่วยฝึกฝนพัฒนาบุคลากรด้านเครื่องกลอากาศยานของไทย โดยจะร่วมมือกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาอุตสาหกรรมศูนย์ซ่อมอากาศยานและบุคลากรของไทย ปัจจุบันในประเทศไทยมีศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ของตนอยู่ที่สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ซึ่งจะมีการขยายศูนย์ซ่อมอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภา โดยร่วมมือกับการบินไทย เพื่อประเมินการลงทุนในการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานบนพื้นที่ขนาด 600 ไร่ เพื่อให้เป็นศูนย์ซ่อมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนและทันสมัยที่สุดในเอเชีย และมีขนาดใหญ่กว่าศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่สนามบินชางฮีของสิงคโปร์ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2563


สำหรับตัวเลขมูลค่าด้านงานบริการซ่อมบำรุงอากาศยาน ประเมินจากจำนวนเครื่องบินพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นพบว่าอาจมีมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 20 ปีข้างหน้า และคาดว่าอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือMaintenance, repair, and operations (MRO)จะเกิดการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 4.6% ต่อปีในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้เฉพาะตลาดเอเชียแปซิฟิกจะมีมูลค่าด้านการบริการซ่อมบำรุงอากาศยานกว่า 646,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 20 ปี

บทความน่าสนใจ